ผู้เขียน หัวข้อ: สมุนไพรขมิ้นชันกับงานวิจัยที่คุณต้องรู้  (อ่าน 10 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

30-05-2017 , 08:37:41
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 18
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


การศึกษาทางพิษวิทยาของขมิ้นชัน
การ ค้นคว้าพิษในหนูขาว (rat), หนูตะเภา (guinea pig) และลิง โดยให้ขมิ้นชันทางปาก ไม่พบการเกิดพิษทั้งการ ค้นพบทางจุลกายวิภาคของเนื้อเยื่อ (histology) และเซลล์วิทยา (cytology) ของหัวใจ ตับ และไต
ไม่พบการเกิดพิษเฉียบพลันในหนูขาว (rat) โดยให้สาร curcumin ทางปากในขนาดสูงถึง 5 ก./กก.9 ค้นพบในหนูขาว (rat) โดยให้ขมิ้นชันหรือสาร curcumin ทางปากในขนาดที่มนุษย์ บริโภคโดยทั่วไปหรือขนาดที่สูงกว่านั้น (1.25-125 เท่า) ไม่ทําให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ต่อการเติบโต การทานอาหาร,erythrocytes, leukocytes, สารประกอบในเลือด (Hb, total serum protein, albumin, globulin, serumaminotransferase และ alkaline phosphatase)
สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ 50% เมื่อฉีดเข้าทางท้องหนูขาว (rat) ในขนาด500มก./กก. ทําให้หนูตายครึ่งหนึ่ง และหนูทนต่อสารสกัดนี้ได้ถึง 250 มก./กิโลกรัม ส่วนสารสกัดด้วยปีโตรเลียม อีเทอร์ แอลกอฮอล์และน้ำทําให้หนูตายครึ่งหนึ่งเมื่อให้สารสกัดขนาด 525, 398 และ 430 มก./กก. ตามลําดับ ส่วนพิษเฉียบพลันนั้น มีผู้ทดลองในสัตว์วิจัยจำพวกไม่พบว่ามีพิษเฉียบพลัน เมื่อให้ขมิ้นชันในขนาด 2.5 ก./กก. หรือสารสกัดด้วย      แอลกอฮอล์ 300 มิลลิกรัม/กก.15
      การค้นคว้าพิษเรื้อรังของขมิ้นชันในหนูขาวพันธุ์วิสตาร์ (vistar rat) ที่แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มควบคุมได้รับน้ำ และกลุ่มลองได้รับผงขมิ้นชันทางปากในขนาด 0.03, 2.5 และ 5.0 ก./กิโลกรัม/วัน ซึ่งเทียบเท่ากับ 1, 83 และ 166 เท่าของขนาดที่ใช้ในคนคือ 1.5 กรัม/น้ำหนักตัว 50 กก./วัน เป็นเวลานาน 6 เดือนพบว่าหนูเพศผู้ที่ได้ขมิ้นชันในขนาด 2.5 และ 5.0 ก./กก./วัน มีน้ำหนักตัวและการกินอาหารน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสําคัญ แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงนี้ในเพศเมียที่ได้รับยาขนาดเท่ากัน ขมิ้นชันในขนาดต่างๆ ที่ให้แก่หนู ไม่ทําให้เกิดอาการพิษใดๆ รวมทั้งไม่มีผลต่อค่าทางโลหิตวิทยาหรือค่าเคมีคลินิก และไม่ทําให้เกิดพยาธิสภาพ    ต่ออวัยวะภายในของหนูทั้งสองเพศ
            ค้นหาพิษเรื้อรังนาน 6 เดือน ของ curcuminoids ในหนูขาวพันธุ์วิสตาร์ที่แบ่งออกเป็น 6 กลุ่มกลุ่มละ 15 ตัวต่อเพศ แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมที่ได้รับน้ำ กลุ่มควบคุมที่ได้รับ tragacanth และกลุ่มลองที่ได้รับน้ำยาแขวนตะกอน curcuminoids ใน tragacanth ทางปากในขนาด 10, 50 และ 250 มิลลิกรัม/กก./วัน              ซึ่งเทียบเท่ากับ 1, 5 และ 25 เท่าของขนาดที่ใช้ในคนต่อวัน  ส่วนหนูขาวกลุ่มที่ 4 ได้รับน้ำยาแขวนตะกอน curcuminoids ขนาด 250 มก./กิโลกรัม/วัน นาน 6 เดือน แต่หยุดให้ยา 2 สัปดาห์ก่อนผ่าซาก เพื่อดูว่าหากมีอาการพิษจาก curcuminoids เกิดขึ้น จะกลัยมาหายเป็นปกติได้หรือไม่หลังจากหยุดยา พบว่าอัตราการเจริญของหนูเพศผู้ที่ได้รับ curcuminoids 50 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับ tragacanth อย่างมีนัยสำคัญ  หากมี อาการพิษ จากcurcuminoids เกิดขึ้น จะกลับมาหายเป็นปกติได้หรือไม่หลังจากหยุดยา พบว่าอัตราการเจริญของหนูเพศผู้ที่ได้รับ curcuminoids 50 มก./กิโลกรัม/วัน สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับ tragacanth อย่างมีนัยสําคัญ curcuminoids ไม่ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของค่าทางโลหิตวิทยาใดๆ ที่มีความสัมพันธ์กับขนาดของสารที่ให้ในหนูเพศผู้ที่ได้รับcurcuminoids 250 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน พบว่าน้ำหนักจริงและน้ำหนักสัมพัทธ์ของตับ และระดับ alkaline phosphateสูงกว่ากลุ่มควบคุมทั้งสองกลุ่ม แต่ยังอยู่ในช่วงของค่าปกติ แม้ว่าหนูขาวกลุ่มนี้ดูเหมือนจะมีอุบัติการณ์ของไขมันสะสมในตับและชั้น cortex ของต่อมหมวกไตสูง แต่อุบัติการณ์ดังกล่าาวไม่ได้แตกต่างจากกลุ่มควบคุมทั้งสองอย่างมีนัยสําคัญ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการให้ curcuminoids ขนาดที่ใช้ในคน 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน ไม่ทําให้เกิดพิษในหนู ขาว อย่างไรก็ตาม curcuminoids ในขนาดสูงอาจมีผลต่อการทํางาน และโครงสร้างตับได้ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่กลับเป็นปกติใหม่ได้เมื่อหยุดใช้ curcuminoids
            จากการค้นคว้าความปลอดภัยของน้ำมันขมิ้นชัน (turmeric oil) ทางคลินิกระยะที่ 1 ในคนปกติ 9 รายก่อนที่จะนําไปศึกษาประสิทธิผลในการรักษา oral submucous fibrosis ซึ่งเป็น precancerous change ของมะเร็งช่องปากในระยะที่ 2 ต่อไปนั้น พบว่าเมื่อให้น้ำมันขมิ้นชัน 0.6 มิลลิตร วันละ 3 ครั้ง นาน 1 เดือน ตาม  ด้วยขนาด 1 มล. แบ่งให้วันละ 3 ครั้ง 2 เดือน พบว่าอาสาสมัคร 1 คนถอนตัว เนื่องจากมีไข้ ที่เหลืออีก 7 ราย พบว่าไม่ทําให้เกิดพิษทางคลินิก ทางโลหิตวิทยา หรือพิษต่อตับ ไต หลังได้รับน้ำมันขมิ้นชันนาน 1 หรือ 3 เดือน19
จากการศึกษาทางคลินิกของฉวีวรรณ พฤกษ์สุนันท์ และคณะ52 ได้ค้นพบเคมีในเลือดผู้ป่วยที่เข้าร่วมการค้นพบจํานวน 30 คน ก่อนและหลังการบริโภคขมิ้นติดต่อกันนาน 4 สัปดาห์ ไม่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงผลเคมีในเลือดที่บ่งถึงการตรวจหน้าที่ตับและไตและ hematology
ข้อแนะนำ / ข้อควรระวัง:   

  • ไม่ควรอุปโภคสารสกัดที่ได้จากเหง้าขมิ้นชันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดอาการกระวนกระวาย งุ่นง่าน กระสับกระส่าย ถ่ายเป็นเลือด อาเจียน และสตรี ที่มีครรภ์ในระยะแรกๆ ไม่ควรเยียวยาเด็ดขาดเพราะอาจทำให้แท้งบุตรได้
  • การใช้ขมิ้นเป็นยารักษาโรคกระเพาะ ถ้าใช้ขนาดสูงเกินไป  จะทำให้เกิดแผลในกระเพาะ
  • คนไข้บางคนอาจมีอาการแพ้ขมิ้น โดยมีอาการคลื่นไส้  ท้องเสีย  ปวดหัว  นอนไม่หลับ  ให้หยุดยา
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีการอุดตันของท่อน้ำดี เช่น นิ่วในถุงน้ำดี และห้ามใช้ในสตรี มีครรภ์
  • ควรระมัดระวังในการใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากเสริมฤทธิ์กัน อาจทำให้เลือดแข็งตัวช้า และเลือดไหลหยุดยากได้