ผู้เขียน หัวข้อ: การศึกษาเเละความเป็นพิษของ"กระบองเพชร"  (อ่าน 13 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

09-06-2017 , 16:38:35
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 131
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


กลไกการทำงานของกระบองเพชร[/url][/b]
สาร Sterol glycoside  นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสงสัยว่า เป็นสาร Sterol glycoside  หรือไม่ที่มีผลลดความอยากอาหาร จึงตั้งสมมุติฐานไว้ว่า สาร Sterol glycoside  นี้อาจส่งสัญญาณไปหลอกสมองส่วน Hypothalamus ว่าน้ำตาลในเลือดสูงพอแล้ว ไม่ต้องรับประทานอะไรเพิ่มอีกแล้ว เพื่อสนับสนุนสมมุติฐานนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองโดยน้ำสารสกัดจากกระบองเพชร Hoodia gordonii (ซึ่งสารสกัดนี้ผลิตโดยบริษัท Phytopharm PLC และได้ตั้งชื่อรหัสสารสกัดว่า P57AS3) ฉีดใส่ในสมองของหนูทดลอง แล้วตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงในสมอง ที่สุดก็พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของระดับพลังงาน (ATP) ในสมองของส่วน Hypothalamus ถึง 150% นี่อาจเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกความเพียงพอในระดับพลังงานที่สมองต้องการ แล้วขณะเดียวกันก็พบว่าหนูมีความต้องการอาหารลดลงถึง 60% จึงสรุปในเบื้องต้นว่า Sterol glycoside  นี่แหละที่น่าจะเป็นสาระสำคัญที่ควบคุมความหิวได้
การศึกษาทางเภสัชวิทยา  ของกระบองเพชร
ผลการทดลองประสิทธิภาพของสารสกัดของ Hoodia gordonii ต่อความอยากอาหารและการลดน้ำหนักในมนุษย์ยังมีความขัดแย้งกัน โดยพบการทดลองที่มีการใช้สารสกัดจาก Hoodia gordonii ในมนุษย์จำนวน 2 การศึกษา

  • เป็นการลองทำของบริษัท Phytopharm ในปี 2001 ซึ่งไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ แต่มีการรายงานว่า บริษัทได้ทำการทดลองผลของสารสกัดจาก Hoodia gordonii ในอาสาสมัครที่มีภาวะอ้วน ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม (ไม่ระบุจำนวนในแต่ละกลุ่ม) โดยผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งได้รับยาหลอก แล้วส่วนอีกกลุ่มได้รับสารสกัดจาก Hoodia gordonii หลังจากติดตามผู้เข้าร่วมการลองเป็นระยะเวลา 15 วัน พบว่ากลุ่มที่ได้รับสารสกัดลดปริมาณความต้องการพลังงานต่อวันลง 1000 แคลอรี่ มีค่าเฉลี่ยพลังงานต่อวันเป็น สองพัน แคลอรี่ และไม่มีการรายงานถึงอาการข้างเรียง
  • ต่อมาในปี 2011 มีการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ Blom และคณะได้ทำการลองทำประสิทธิภาพและความปลอดภัยของสารสกัดจากกระบองเพชรสายพันธ์ Hoodia gordonii ในผู้หญิงสุขภาพดีแต่มีภาวะน้ำหนักเกินโดยเป็นงานทดลองเชิงทดลอง แบบสุ่ม และมีกลุ่มควบคุม หรือ Randomized controlled trial แบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจำนวน 25 ราย ได้รับสารสกัดจาก Hoodia gordonii 1110 มล. วันละ 2 ครั้ง และอีกกลุ่มจำนวน 24 ราย ได้รับยาหลอก ติตามเป็นระยะเวลา 15 วัน หลังสิ้นสุดการลองพบว่าความอยากอาหารและน้ำหนักระหว่าง 2 กลุ่มไม่ได้แตกต่างกัน แต่กลุ่มที่ได้รับสารสกัด Hoodia gordonii พบอาการข้างเคียงมากกว่ากลุ่มยาหลอก โดยอาการข้างเคียงที่พบได้แก่ อาการคลื่นไส้ อาเจียน มีความรู้สึกที่ไม่ปกติบริเวณผิวหนัง ความดัน และอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น เอนไซม้ตับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจากผลการทดลองดังกล่าว สรุปว่าสารสกัดกระบองเพชรสายพันธ์ Hoodia gordonii ไม่ได้มีผลอย่างมีนัยสำคัญ ต่อความต้องการพลังงานหรือน้ำหนักตัวเมื่อเทียบกับยาหลอก แต่ยังเพิ่มอาการข้างเคียงอย่างมีนัยสำคัญ
การศึกษาทางพิษวิทยา กระบองเพชร
เมื่อเดือนตุลาคม 2011 ยังมีประกาศเตือนจาก US FDA องค์การอาหารและยาจากประเทศอเมริกาให้หยุดใช้ “P57 Hoodia” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สกัดจากกระบองเพชร  {สรรพคุณ|ประโยชน์|คุณสมบิติลดความอ้วนและผลิตโดยบริษัท Hulkng Pharmaceutical  โดยตรวจพบสาร sibutramine ซึ่งเป็นสารที่มีอันตรายเนื่องจากมีผลเพิ่มความดันโลหิต และเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และมีความเสี่ยงต่อผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือ โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน ซึ่งจากการศึกษาในด้านประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักของสารสกัดกระบองเพชรยังมีความขัดแย้งกันอยู่
ข้อแนะนำ / ข้อควรระวัง
อาจมีข้อมูลไม่มากพอที่จะสรุปผลของสารสกัดกระบองเพชร Hoodia gordonii ส่วนอาการข้างเคียงที่พึ่งระวังได้แก่  อาการคลื่นไส้อาเจียน ความรู้สึกผิดปกติบริเวณผิวหนัง อัตราการเต้นของหัวใจ  ความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้น และเอนไซม์ตับเพิ่มขึ้น