ผู้เขียน หัวข้อ: ครูแอนสอนขนมเค้ก-เบเกอรี่ ไส้เผือก ไส้ไส้กรอกมายองเนส กระทงทอง ขนมปังอร่อย  (อ่าน 15 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

07-08-2017 , 15:27:45
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2253
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

ครูแอนสอน ทำหน้าเค้ก-ขนมไทย-เบเกอรี่ ไส้ถั่วแดง ไส้เนยสด เรียนทำขนมปัง สอนทำขนมปัง เรียนอาหารญี่ปุ่น
#หน้าเค้ก #ตกแต่ง #เค้กปอนด์ #พาย#ขนมปังไส้ไข่ #ขนมเค้กตรุษจีน #ของหวานทานอร่อย #เปิดร้านเบเกอรี่ #เรียนเค้กไข่ #สอนทำเบเกอรี่ #ขนมไทย
ทำไมธุรกิจร้านเบเกอรี่ถึงน่าลงทุน
สามารถทำคนเดียวได้ เพราะถ้าเราเริ่มต้น จากการรับขนมจากที่อื่นมาขาย นั้นก็ไม่จำเป็นต้องจ้างผู้ช่วย ซึ่งคนเดียวก็สามารถดูแลร้านได้เอง ทั้งหมด ไม่ต้องลงทุนในการจ้างลูกจ้าง และวุ่นวายกับคนจำนวนมาก

การเตรียมความพร้อมก่อนลงทุนในธุรกิจเบเกอรี่
ก่อนที่จะลงทุนในธุรกิจใดๆ ก็จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมกั่น ซึ่งธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดก็ไม่ต่างกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ลงทุนต้องพิจารณาถึงความพร้อมก่อนการลงทุน ซึ่งได้แก่
เงินทุน
 สำคัญเป็นอันดับหนึ่งก็เพราะเงินลงทุนคือปัจจัยหลักที่จะช่วยให้การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ก่อนการผลิตเบเกอรี่เป็นไปด้วยดี จำนวนเงินลงทุนย่อมแตกต่างกันไปตามรูปแบบของธุรกิจว่าต้องการให้ออกมาในลักษณะใด ซึ่งก็ต้องวิเคราะห์และพิจารณาตามกำลังของตัวอง เพราะด้วยทั่วไปแล้วการลงทุนในขั้นแรกจะเน้นหนักไปที่วัสดุปกรณ์ ซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนคงที่ และจะให้ผลตอบแทนกลับมาภายในเวลาไม่นาน ดังนั้นควรเลือกใช้อุปกรณ์ที่คุณภาพดี มีการรับประกัน แม้จะราคาสูงแต่มั่นใจได้ถึงคุณภาพ
ส่วนต้นทุนอีกอย่างทีเรียกกันว่าต้นทุนแปรผันแปร เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าขนส่ง หรือค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงได้ ถือว่าเหล่านี้เป็นเงินทุนที่ผู้ลงทุนเองต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเงินลงทุนสามารถหมุนเวียนได้อย่างไม่ติดขัด

รูปแบบของธุรกิจร้านเบเกอรี่ อาชีพอิสระ รายได้ดี
- ทำขนมขายเอง
หากคุณมีเงินทุนมากขึ้นมาหน่อย และเคยไปเรียนทำ Bakery มา หรือมั่นใจในฝีมือ ธุรกิจร้านเบเกอรี่ชนิดนี้ จะทำเงินได้มากกว่า เพราะว่าเราไม่ต้องไปรับขนม มาจากที่อื่น ซึ่งมีต้นทุนที่ซื้อมา แพงกว่าขนมที่เราทำเองอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่า เงินลงทุนที่ลงเพิ่มไป จะคุ้มกับรายได้ที่ได้เพิ่มขึ้นมาหรือเปล่า

สูตรขนมไทย : ขนมพุทราเชื่อม
เครื่องปรุง + ส่วนผสม
 
* พุทราจีนแห้ง 300 กรัม
 
* น้ำตาลทราย 500 กรัม
* น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง
 
* ใบเตย 3 ใบ
 
วิธีทำ
1. นำพุทราไปล้างน้ำให้สะอาด แช่น้ำทิ้งไว้ 15 นาที สะเด็ดน้ำ พักไว้
 
2. นำน้ำสะอาด (2 ถ้วยตวง) ไปตั้งในหม้อบนไฟร้อนปานกลาง ใส่น้ำตาลและใบเตยลงไป รอจนน้ำเดือด คนให้น้ำตาลละลายดี
3. ใส่พุทราลงไปในหม้อ เชื่อมจนผิวพุทราเป็นเงา และพองสวยดี จึงปิดไฟ
 
4. ตักพุทราเชื่อมใส่ถ้วย เสริฟเป็นของว่าง หรือเก็บใส่ภาชนะมิดชิด แช่ตู้เย็นเก็บไว้ทานภายหลังก็ดี
 
ขนมช่อผกากรอง
ปิดท้ายกันด้วยขนมไทยโบราณชื่องามอย่างขนมช่อผกากรอง หรือขนมช่อแก้ว สูตรจาก คุณ Poppy farm สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้ใส่ไส้มันหวาน ใช้แป้งสีตามชอบ ทำหลาย ๆ ชิ้นแจกเพื่อน ๆ ได้นะคะ
ส่วนผสม แป้งขนมช่อผกากรอง
• แป้งเค้ก 1+1/2 ถ้วย
 • กะทิ 250 มิลลิลิตร
 • น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย
 • สีผสมอาหารตามชอบ
ส่วนผสม ไส้มันหวาน
• มันหวานญี่ปุ่น 180 กรัม
 • กะทิ 150 มิลลิลิตร
 • น้ำตาลทราย 40 กรัม
วิธีทำขนมช่อผกากรอง
1. ทำแป้ง โดยผสมแป้งเค้ก กะทิ และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน เอาขึ้นตั้งไฟ กวนแป้งด้วยไฟอ่อนจนมีลักษณะเหนียวข้น ไม่ติดไม้พายและไม่ติดกระทะ พักไว้ให้แป้งเย็น
2. ทำไส้มันหวาน โดยบดมันหวานให้ละเอียด นำไปกวนด้วยไฟอ่อนกับกะทิ ค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายแล้วกวนจนไส้ไม่ติดพายก็ใช้ได้ พักไว้ให้เย็น
 3. พอแป้งเย็นแล้วก็นวดให้เนียนอีกครั้ง แล้วแบ่งส่วนตามจำนวนสีที่ต้องการทำ ใส่สีผสมอาหารลงไปแล้วนวดให้เนียน
 4. นำไส้มันหวานที่พักจนเย็นแล้ว มาปั้นเป็นทรงกลม
 5. นำแป้งมาคลึงและกดให้แบนเป็นแผ่น แล้วห่อไส้มันหวานให้เรียบร้อย ใช้แหนบช่อม่วงแบบปลายใบไม้ หรือเป็นแบบปลายพัด ค่อย ๆ จับจีบกลีบขนมเบา ๆ ระวังกลีบขาด ทำจนครบรอบ แล้วขึ้นแถวใหม่ โดยให้จีบกลีบสับระหว่างกลีบของแถวแรก จะได้สวยงาม ทำไปประมาณ 3-4 ชั้น ให้ครบทั้งดอก จัดใส่ภาชนะ

 
สิ่งที่ต้องระมัดระวังในการทำเค้ก
-ผงฟู เบกกิ้งโซดา เป็นตัวช่วยทำให้ขนมมีขนาดใหญ่ขึ้น จึงต้องเลือกใช้ชนิดที่ใหม่ ซึ่งสังเกตได้ว่าสีจะเป็นสีขาวและไม่ติดกันเป็นก้อน ตวงให้พอดีกับที่ตำรับบอกร่อนรวมกับแป้งและเกลือ
-จะเอาขนมเข้าเตาอบก็ต่อเมื่ออุณหภูมิของเตาอบร้อนเท่ากับที่ตำรับกำหนด วางถาดขนมลงตรงกลางเตาแล้วตั้งเวลา

 
มันสำปะหลังเชื่อม
เครื่องปรุง + ส่วนผสม
 
* มันสำปะหลัง 800 กรัม
* น้ำเปล่า 1000 กรัม
* น้ำตาลทราย 300 กรัม
* น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
* หัวกะทิ 100 กรัม
* เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
* แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ทำความสะอาดมันสำปะหลัง ปอกเปลือกและหั่นเป็นท่อนๆ
 
2. นำกระทะทองเหลืองไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง ใส่น้ำเปล่าลงไปต้ม รอเดือดจึงใส่มันสำปะหลังลงไปต้ม
3. ต้มจนมันสำปะหลังเกือบสุก ใส่น้ำตาลทรายและน้ำมะนาวลงไป กลับข้างไปมาอย่างระมัดระวัง เชื่อมจนมันสุกทั่ว (ผิวจะฉ่ำน้ำตาล และใส เป็นเงา) จึงปิดไฟ
 
4. ทำน้ำราดกะทิ โดยใส่น้ำกะทิ, แป้งข้าวเจ้าและเกลือลงในหม้อเล็ก ตั้งบนไฟอ่อนๆจนเข้ากันดี ปิดไฟและพักไว้
 
5. ตักมันสำปะหลังเชื่อมใส่จานเสริฟ ราดหน้าด้วยน้ำกะทิ รับประทานได้ทันที
โดนัททอดไส้กรอก
ส่วนผสม
- แป้งขนมปัง 400 กรัม
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม
- ผงฟู 1 ช้อนชา
- สารเสริมคุณภาพ ks 505 1 ช้อนชา
- นมผง 30 กรัม
- ยีสต์ผง 4 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 75 กรัม
- น้ำเย็น 225 กรัม
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- เนยสดชนิดเค็ม 50 กรัม
- ไส้กรอกแท่งยาว 4 นิ้ว 28 แท่ง
- เกล็ดขนมปังสำหรับคลุก
- น้ำเปล่าสำหรับชุบ
- เนยขาวสำหรับทอด
- แผ่นพลาสติกสำหรับคลุมแป้ง

วิธีทำ
1.ร่อนแป้งขนมปัง แป้งสาลี ผงฟู สารเสริมคุณภาพ และนมผง ลงในอ่างผสม เติมยีสต์ผงคนพอเข้ากัน เทใส่ลงในเครื่องผสม
2.ผสมน้ำตาลทราย น้ำเย็น และไข่ไก่ คนให้ละลายเข้ากันดี เทใส่ในส่วนผสมแป้งใช้หัวตีตะขอนวดด้วยความเร็วปานกลาง พอแป้งจับตัวเป็นก้อนกลม เติมเนยสด นวดต่อจนแป้งมีลักษณะเนียนนุ่ม นำออกมาคลึงเป็นก้อนกลม ใช้ภาชนะคลุมไว้ประมาณ 5 นาที
3.ตัดแบ่งแป้งออกเป็นก้อน ก้อนละ 35 กรัม คลึงเป็นก้อนกลม พักไว้ประมาณ 5 นาที
4.นำแป้งที่ได้คลึงเป็นเส้นยาว แล้วพันไส้กรอกให้สวยงาม เรียงใส่ถาด ใช้แผ่นพลาสติกคลุกพักไว้จนแป้งขึ้นฟูเป็น 2 เท่า
5.ตั้งกระทะไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ใส่เนยขาวพอละลายและร้อน นำขนมที่พักจนได้ที่ลงชุบน้ำเปล่า คลุกกับเกล็ดขนมปังจนทั่ว ใส่ลงทอดจนสุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
หลักสูตร เรียนทำขนมปัง
คอร์ส ท๊อฟฟี่เค้ก
คอร์ส แยมโรล
คอร์ส พาย
เรียนหลักสูตรขนมปัง ช็อกโกแลตน่านิ่ม พาย


คอร์ส เปิดร้านเบเกอรี่ (มีที่พักให้ เรียน 2 วัน ผู้ติดตามไม่เกิน 4 คน)
ครูแอนสอนทำขนมอร่อย ติดต่อครูได้ที่:
สถานที่เรียนเบเกอรี่: เจริญกรุง107 แยก 7 ราคาถูก
เบอร์ 080-7799503
ไลน์: annzy201

เครดิต : http://www.annann201.com/

Tags :  เค้ก, ทำเบเกอรี่,สอนทำขนมไทย