ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องราวที่บิดาแม่จำเป็นจะต้องรู้ ก่อนให้เด็กนั่งคาร์ซีทในรถยนต์  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12-01-2018 , 14:40:57
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12302
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

 

พ่อพระชนนีไม่ชำนาญหลายคนคงเป็นสงสาร หนที่จะพาเจ้าตัวน้อยขึ้นรถใช่มั้ยหล่ะ หลายคราคุณแม่อาจกังวลว่าเข็มขัดนิรภัยจะแน่นเกินไป ทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัวหรือว่าเป็นภัย เหรอกังวลไปต่างๆ นานาว่า คาร์ซีท หรือไม่ก็ เบาะนั่งเด็กในรถ จะดีกับลูกน้อยไหม จะปกปักรักษาอุบัติเหตุได้จริงหรือไม่ ซึ่งการลำบากใจนั้นเป็นเรื่องปกติครับ เพราะหากคุณแม่คาดเข็มขัดให้ลูกผิดตำแหน่ง สามารถส่งผลต่อเส้นโลหิตของลูกจนเป็นรุนแรงได้ เพราะฉะนั้น การที่คุณสำรวจทำเนียบเข็มขัด สภาพที่นั่งของลูกทุกครั้งเป็นการดีครับ นอกจากข้อวิตกด้านบนแล้ว มาดูกันครับว่ามีแบบการใช้ คาร์ซีท ข้อไหนบ้างที่คุณพึงสังเกต

1. ติดตั้งคาร์ซีท ไม่ถูกต้อง ข้อแรกที่ต้องรู้ก่อนเลยหมายถึง สัดส่วนของคาร์ซีทที่เราซื้อหามานั้น เหมาะเหม็งกับเบาะรถรึเปล่า พร้อมทั้งต้องทำการตั้งอำนวยเที่ยงธรรมด้วย เพราะคาร์ซีทมีทั้งแบบหันหน้าและหันหลัง หากคาร์ซีทเป็นสายไหน ควรติดตั้งทิศทางให้ถูกต้อง นอกจากนี้ ควรตรวจหาดูสายคาดให้อยู่ในตำแหน่งที่เข้าที สามารถล็อคได้แข็งแรง สมมุติมาตุเรศเห็นว่าคาร์ซีทมีความปกติใช่ไหมได้ยินเสียงแปลกๆ เหมาะสมนำคาร์ซีทไปซ่อมใช่ไหมเปลี่ยนใหม่ ไม่ควรให้ลูกใช้ต่อไปครับ หากอยู่ในประกัน ช่างจะส้อมมอบฟรีฮะ

2. ใช้คืนสายคาดผิดวิถีทาง ประเภทคาดมิจำต้องหย่อนยานหรือรัดตึงเกินเลย ป๋าคุณแม่ทำเป็นวัดใจสายคาดเพราะว่าจับสายคาดให้ตึง จากนั้นใช้นิ้วจิ้มดู ต่างว่าสายบุ๋มลงมาก หมายว่าหลวมเกินพอดี ด้วยว่าคาร์ซีทการตั้งกฎเกณฑ์หันหลัง แถวควรอยู่ที่สถานภาพหรืออยู่ใต้อังสาของลูกเล็กน้อย สมมุติเป็นคาร์ซีทแบบผินหน้า สายคาดจงอยู่ระดับเดียวกับใช่ไหมเป็นต่อไหล่ของลูกครับ

3. แบ่งออกเด็กนั่งหันหน้าฉับพลันเกินควร คุณพ่อมาตาหลายคนอาจเคยได้ยินมาว่า ช่วงขวบปีแรกต้องให้ลูกนั่งหันหลัง ตราบเท่าที่ลูกจะน้ำหนัก 9-10 โล ถึงจะให้นั่งหัน ซึ่งเป็นหลักการที่ผิด โดยองค์กรกุมารแพทย์แห่งอเมริกาชักชวนว่า ควรให้ลูกหันหลังจนกว่าจะ 2 ขวบ กับสมมติว่าเป็นไปได้การนั่งแบบหันหลังนั้นพ้นภัย และพึงให้ลูกนั่งหันหลังให้นมนานมัสดกเท่าที่จะแปลงได้ ชนนีหลายคนอาจเอ็นดูว่าสมมติว่าลูกตัวใหญ่ขึ้น อาจนั่งหันหลังแล้วรู้สึกว่าขาติดกับพนักเบาะรถหรือไม่ต้องงอขา แต่จริงๆ แล้วสังขารของเด็กอาจจะยืดงอได้ดีกว่าผู้ใหญ่ พ่อชนนีไม่ควรกังวลใจในข้อนี้ พอลูกโตเกินกว่าปริมาตรคาร์ซีท แล้วค่อยให้ลูกนั่งหันหน้ากับเบาะบ่อยก็ไม่สายสืบเกินไปขอรับ

 4. กำนัลลูกนั่งบูสเตอร์ซีทฉับพลันเกินเลย บูสเตอร์ซีท คือเบาะรองนั่งของเด็กด้วยว่าใช้ที่รถ ใช้สำหรับเด็กระยะรุ่น 3-12 ขวบ (น้ำหนักเด็กประมาณ 15 – 36 กิโลกรัม) มีเจ้าของของซื้อของขายบางเจ้า บอกช่องทางว่าควรจะให้ลูกนั่งบูสเตอร์ซีทตั้งแต่ลูกปูน 3 ขวบ แต่จริงๆ แล้วควรรอให้ลูกน้ำหนักตีราคา 18 กม.หรืออายุ 4-5 ขวบ พร้อมกับลูกเป็นได้นั่งโดยมีแถวคาดพาดผ่านหน้าอกได้ตราบเท่าทัวร์ พร้อมด้วยแพทย์ยังเสนอแนะว่าสายรัดตัวอย่าง 5 จุดสถิรกว่าบูสเตอร์ และพ่อแม่ควรใช้สายรัดตัวจะดีกว่า เพราะสมรรถป้องกันเด็กได้เหนือชั้นกว่าเข็มขัดนิรภัยเครื่องใช้บูสเตอร์ซีท เนื่องจากสายรัดตัวเชี่ยวชาญพิทักษ์ลำตัวด้านบน ลดการเคลื่อนที่ด้วยกันการกระทุ้งบนหัวพร้อมด้วยคอลงได้ ช่วงเวลาที่ปั้นเหน่งนิรภัยคุ้มครอง พื้นที่หน้าอกกับสะโพกแค่นั้น

จริงอยู่ว่าบุพการีคงทนมิสมรรถระแวดระวังรุนแรงทุกอย่างที่พร้อมทำให้บาดเจ็บลูกได้ อย่างเดียวการที่ป๊ะป๋าแม่เก่งเลือกใช้เครื่องมือปกปักรักษาพื้นที่กอบด้วยศักยภาพได้อย่างถูกแนว ก็จัดยังมีชีวิตอยู่การเพิ่มจำนวนการอภิบาลภัยให้สายเลือดได้อีกทางหนึ่งขอรับกระผม
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เปลเด็ก

ที่มา : http://www.psupix.com/board/index.php?topic=482230.new#new

Tags : คาร์ซีทมือสอง,เป้อุ้ม