ผู้เขียน หัวข้อ: รู้ไหมว่ากระเทียมนั้นมีสรรพคุณ-เเละประโยชน์อย่างมากๆ  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

11-08-2018 , 09:57:35
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 231
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


กระเทียม
กระเทียมกับผลดีต่อร่างกาย
กระเทียม เป็นไม้ล้มลุกที่มีหัวลักษณะเป็นทรงกระเปาะอยู่ใต้ดินเหมือนกับหัวหอม ซึ่งแต่ละหัวจะประกอบด้วย 6-10 กลีบ นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงทำครัว กระเทียมเป็นพืชที่ค่อนข้างแตกต่างจากพืชทั่วไป เนื่องจากว่าอุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์ในปริมาณมาก นอกเหนือจากนี้กระเทียมประกอบไปด้วยสารอาหารฯลฯ ได้แก่ อาร์จีนีน (Arginine) โอลิโกแซ็คคาไรด์ (Oligosaccharides) ฟลาโวนอยด์ (Flavoniods) และซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่มีสาระต่อสุขภาพร่างกาย
กระเทียม
ผู้คนจำนวนมากอาจจดจำกระเทียมได้จากกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว ซึ่งมีเหตุที่เกิดจากสารอัลลิซิน (Allicin) นอกจากจะทำให้กระเทียมมีกลิ่นที่เด่นแล้ว อัลลิซินยังเป็นสารออกฤทธิ์หลักที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ และอาจมีส่วนช่วยรักษาโรคหรือทำให้อาการต่างๆดียิ่งขึ้น โดยที่ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าการรับประทานกระเทียมบางทีอาจช่วยทุเลาอาการที่เกี่ยวโยงกับหัวใจรวมทั้งหลอดเลือด ความดันเลือด คอเลสเตอรอล ทุเลาหวัด รวมทั้งใช้น้ำมันกระเทียมเป็นยาทาภายนอกเพื่อรักษาอาการติดเชื้อทางผิวหนัง เล็บ หรือช่วยรักษาอาการผมตกอีกด้วย
ดังนี้สิ่งที่ใช้ในการพิสูจน์หรือหลักฐานทางด้านการแพทย์มีมากมายน้อยเท่าใดที่จะช่วยยืนยันสรรพคุณ ผลดี และก็ความปลอดภัยของการกินกระเทียมที่มีหน้าที่หรือส่วนช่วยสำหรับในการรักษาโรคพวกนี้
ความดันโลหิตสูง อัลลิสินซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่พบได้ในกระเทียมสดหรือสินค้าเสริมอาการที่มีส่วนประกอบของกระเทียม อาจมีส่วนช่วยผ่อนคลายของกล้ามเนื้อเรียบที่เรียงตัวในหลอดเลือดและก็ส่งผลให้เส้นโลหิตขยายตัวและก็ทำให้ระดับความดันโลหิตลดลดน้อยลง ซึ่งสอดคล้องกับการทดลองชิ้นหนึ่งให้ผู้ป่วยที่มีระดับความดันโลหิตสูงโดยที่มีค่าความดันซิสโตลิก (Systolic Blood Pressure: SBP) มากกว่าหรือพอๆกับ 140 มิลลิตรปรอท กินกระเทียมบ่มสกัด (Aged Garlic Extract: AGE) ขนาด 960 มก. เป็นเวลา 12 อาทิตย์ พบว่าค่าความดันซิสโตลิกลดต่ำลงมากยิ่งกว่าเมื่อเทียบกับคนเจ็บที่กินยาหลอก จึงอาจจะบอกได้ว่าการกินกระเทียมบ่มสกัดอาจมีความสามารถในการรักษาผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้ดีมากยิ่งกว่ายาหลอก
ถึงแม้ว่าจะมีการทดสอบอีก 2 ชิ้นที่ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกระเทียมในการลดระดับความดันโลหิตได้ดีมากยิ่งกว่าการใช้ยาหลอก แม้กระนั้นเนื่องจากผลของการทดสอบอาจยังไม่แม่นยำเพียงพอที่จะสรุปสมรรถนะของกระเทียมได้ว่าสามารถรักษาหรือลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและเส้นโลหิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จึงยังจำต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อรับรองประสิทธิภาพที่แจ่มแจ้งเพิ่มขึ้น
โรคมะเร็ง ความข้องเกี่ยวของการบริโภคกระเทียมแล้วก็การเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งยังไม่แน่ชัดรวมทั้งยังคงเป็นที่โต้แย้งกันอยู่ ซึ่งจะเห็นได้จากการศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้ชาวจีนทั้งหมดศชายรวมทั้งเพศหญิงที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะปริมาณกว่า 5,000 คน รับประทานสารอัลลิทริดินขนาด 200 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับสารซีลีเนียมขนาด 100 ไมโครกรัมวันเว้นวัน ซึ่งล้วนเป็นสารสกัดที่ได้จากกระเทียม โดยทำการทดสอบเป็นเวลา 5 ปี รวมทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่กินยาหลอกแล้วพบว่ากลุ่มที่กินสารอัลลิทริดินร่วมกับสารซีลีเนียมมีความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกต่ำลง 33 เปอร์เซ็นต์ และมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารน้อยลงถึง 52 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็แล้วแต่ มีการศึกษาค้นคว้าอีก 19 ชิ้นทำให้เห็นว่า ยังไม่พบหลักฐานที่น่าไว้วางใจพอดีจะช่วยสนับสนุนความสัมพันธ์ของการบริโภคกระเทียมต่อการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะ มะเร็งทรวงอก โรคมะเร็งปอด หรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก รวมทั้งมีหลักฐานที่ค่อนข้างจะจำกัดที่เกื้อหนุนว่าการบริโภคกระเทียมบางทีอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งไส้ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โรคมะเร็งหลอดของกิน โรคมะเร็งกล่องเสียง มะเร็งในช่องปาก หรือมะเร็งรังไข่
ดังนี้สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ (NCI) ได้กล่าวว่ากระเทียมเป็นพืชผักที่อาจมีคุณลักษณะต้านทานมะเร็ง แต่ยังมีต้นสายปลายเหตุอื่นๆยกตัวอย่างเช่น รูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากกระเทียม หรือปริมาณความเข้มข้นที่หลากหลาย อาจทำให้พิสูจน์ถึงความสามารถของกระเทียมได้ยาก รวมทั้งเมื่อเวลาผ่านไปหรือเก็บเอาไว้ภายในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ก็อาจจะทำให้คุณภาพของกระเทียมหมดลงไปได้ด้วยเหมือนกัน
แก้หวัด หลายๆคนมั่นใจว่ากระเทียมมีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์แล้วก็เชื้อไวรัส รวมทั้งมีการประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันและก็ทุเลาอาการหวัดมาอย่างยาวนาน ซึ่งสอดคล้องกับการเล่าเรียนชิ้นหนึ่งที่ให้อาสาสมัครปริมาณ 146 คน กินสารสกัดจากกระเทียมชนิดเม็ดซึ่งประกอบไปด้วยสารอัลลิสินขนาด 180 มก.วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 12 อาทิตย์ แล้วให้อาสาสมัครเขียนบันทึกอาการเมื่อเป็นหวัด พบว่าในกลุ่มที่กินสารสกัดจากกระเทียมมีรายงานการเป็นหวัดจำนวน 24 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่กินยาหลอกที่มีรายงานการเป็นหวัดจำนวน 65 ครั้ง ทั้งยังพบว่าช่วงเวลาของการเป็นหวัดในกลุ่มที่กินสารสกัดจากกระเทียมมีปริมาณวันที่น้อยกว่า แต่ช่วงเวลาการฟื้นตัวจากอาการหวัดของทั้ง 2 กรุ๊ปมีความไม่เหมือนกันเพียงนิดหน่อย ถึงแม้ผลการทดสอบข้างต้นจะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกระเทียม แต่ว่าหลักฐานการทดลองทางสถานพยาบาลยังไม่เพียงพอและก็จึงควรเล่าเรียนเพิ่มเติมอีกเพื่อยืนยันความสามารถของกระเทียมให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
ลดความอ้วนและมวลไขมัน ในคนป่วยสภาวะไขมันพอกตับ ที่ไม่ได้มีเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ แม้กระนั้นมักเป็นผลมาจากโรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง แล้วก็ไขมันในเลือดสูง ซึ่งการดูแลและรักษาด้วยการรับประทานยา การผ่าตัด หรือลดน้ำหนักอาจน้อยเกินไป หากไม่ดูแลเรื่องการรับประทานอาหารพร้อมกันไปด้วย การรับประทานกระเทียมจึงบางทีอาจเป็นช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยเหตุว่ากระเทียมเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์รวมทั้งสารอาหารอื่นๆที่อาจมีคุณสมบัติปกป้องสภาวะอ้วน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาเรียนรู้ชิ้นหนึ่งที่ให้คนไข้ไขมันพอกตับที่มิได้มีต้นเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ทั้งเพศชายและก็เพศหญิง อายุตั้งแต่ 20-70 ปี จำนวนทั้งนั้น 110 คน รับประทานกระเทียมผงชนิดแคปซูลขนาด 400 มิลลิกรัม ซึ่งด้านในประกอบไปด้วยสารอัลซิลินขนาด 1.5 มก. วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 15 สัปดาห์ โดยสามารถรับประทานอาหารได้ตามธรรมดา แม้กระนั้นกินกระเทียมได้ไม่เกินอาทิตย์ละ 2 กลีบ จากผลการทดสอบทำให้เห็นว่า น้ำหนักรวมทั้งมวลร่างกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินยาหลอก ก็เลยอาจจะบอกได้ว่าการรับประทานกระเทียมบางทีอาจช่วยลดจำนวนไขมันในตับแล้วก็ป้องกันหรือชะลอการเกิดสภาวะไขมันพอกตับที่มิได้เป็นผลมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็แล้วแต่การศึกษาเล่าเรียนในอนาคตยังจำเป็นต้องวางแบบการทดลองให้ดียิ่งขึ้นรวมทั้งควรเพิ่มช่วงเวลาสำหรับการทดลองเพื่อยืนยันคุณภาพของกระเทียมให้แน่ชัดเพิ่มขึ้น
ลดระดับคอเลสเตอรอล หลักฐานเกี่ยวกับสมรรถนะของกระเทียมต่อการลดระดับคอเลสเตอรอลยังคงมีความขัดแย้ง ก็เลยทำให้ยังไม่อาจจะสรุปได้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสอดคล้องกับการทดลองแล้วก็การศึกษาเล่าเรียนโดยการทบทวนการค้นคว้าวิจัยที่เกี่ยวข้องจำนวน 29 ชิ้น ได้แสดงให้เห็นว่า การรับประทานกระเทียมอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมได้น้อย แต่ว่าไม่นำมาซึ่งการทำให้ระดับคอเลสเตอรอลประเภทที่ดี (High-Density Lipoprotein: HDL) เพิ่มสูงมากขึ้น หรือไม่ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (Low-Density Lipoprotein: LDL) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจต่ำลงอะไร ก็เลยยังจำเป็นต้องเล่าเรียนเพิ่มเติมอีกเพื่อหาข้อสรุปแล้วก็รับรองคุณภาพของกระเทียมต่อระดับคอเลสเตอรอลที่แจ้งชัดยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยสำหรับเพื่อการกินกระเทียม
การรับประทานกระเทียมออกจะปลอดภัยถ้าหากรับประทานในจำนวนที่เหมาะสม แม้กระนั้นอาจจะเป็นผลให้เกิดผลข้างเคียงได้ อาทิเช่น ปากเหม็น มีกลิ่นเต่า รู้สึกแสบร้อนที่รอบๆปากหรือที่กระเพาะ แสบร้อนกลางอก อาการท้องอืด อาเจียน อ้วก หรือท้องเสีย อาการกลุ่มนี้บางทีอาจทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อรับประทานกระเทียมสด อีกทั้งการใช้กระเทียมสดทาหรือสัมผัสที่รอบๆผิวหนังอาจจะก่อให้เกิดอาการแสบร้อนและก็ระคายได้
สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังสำหรับการกินกระเทียมโดยยิ่งไปกว่านั้นบุคคลในกรุ๊ปตั้งแต่นี้ต่อไป
ผู้ที่กำลังมีท้องหรือผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร การรับประทานกระเทียมในตอนการมีท้องค่อนข้างจะไม่เป็นอันตรายแม้รับประทานเป็นอาหารหรือในจำนวนที่เหมาะสม แม้กระนั้นอาจไม่ปลอดภัยถ้าเกิดกินกระเทียมเป็นยารักษาโรค อีกทั้งยังไม่มีช้อมูลที่น่าเชื่อถือพอเพียงเกี่ยวกับความปลอดภัยของการทากระเทียมที่รอบๆผิวหนังในช่วงการตั้งท้องหรือให้นมบุตร
เด็ก การกินกระเทียมในปริมาณที่เหมาะสมแล้วก็ในระยะสั้นๆอาจไม่เป็นอันตรายสำหรับเด็ก แต่การใช้กระเทียมทาบริเวณผิวหนังอาจจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนและก็เคือง
ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือการย่อยอาหาร อาจจะเป็นผลให้เกิดการระคายที่ทางเดินของกินได้
ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ การรับประทานกระเทียมอาจจะทำให้ระดับความดันโลหิตลดลดน้อยลงมากยิ่งกว่าธรรมดา
คนที่วางแผนเข้ารับการผ่าตัด ควรจะหยุดกินกระเทียมก่อนที่จะมีการผ่าตัดอย่างต่ำ 2 อาทิตย์เพราะเหตุว่าอาจจะเป็นผลให้เลือดออกมากและส่งผลต่อความดันเลือดในระหว่างการผ่าตัด และคนที่มีภาวะเลือดออกไม่ดีเหมือนปกติไม่สมควรกินกระเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระเทียมสด เพราะบางทีอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เลือดออกได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
ผู้ที่อยู่ในระหว่างการรับประทานยารักษาโรค ตัวอย่างเช่น ไอโซไนอะสิด ด้วยเหตุว่ากระเทียมบางทีอาจลดการดูดซึมของยาในร่างกายแล้วก็มีผลต่อความสามารถลักษณะการทำงานของยา รวมทั้งไม่ควรกินกระเทียมในระหว่างใช้ยาดังต่อไปนี้
ยารักษาการติดโรคเอชไอวีหรือโรคภูมิคุมกันบกพร่อง
ยาคุม
ยาต้านทานการแข็งตัวของเลือด
ยาต่อต้านเกล็ดเลือด
http://www.disthai.com/