ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติความเป็นมาสรรพสิ่งน้ำหอม (Perfume) ที่ประธาน  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12-10-2018 , 13:31:05
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 214
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

ความเป็นมาความเป็นมาของน้ำหอม (Perfume) ที่เอ้
      รู้หรือยังดุ น้ำหอมที่อีฉันใช้คืนกันอยู่ตอนนี้ มีชีวประวัตินานถึง 4,000 ปี เคลื่อนของกลางเลนวิชาประวัติศาสตร์ย่านหมายความว่าภาพจิตกรรมฝาผนังที่วิหารของใช้พระราชินี Hatshepsut บุรี Thebes มณฑล Egypt ซึ่งในภาพจะหมายให้เห็นว่าวัยแรกรุ่นชาวอียิปกำลังชโลมน้ำหอมลงบนขม่อมของตัวเอง นั่นก็เสนอให้เห็นว่า ได้มีการเริ่มใช้น้ำหอมในยุคนั้น ด้วยกันเราจะเปิดตัวเล่าปกรณ์ข้าวของน้ำหอมกันตั้งแต่ภายในกาลสมัยแรกกันเลยนะค่ะ

น้ำหอมในคราวเบื้องต้น (เวลาเมโสโปเตเมีย)
     น้ำหอมผู้หญิงณยุคแต่ต้นเริ่มจากณช่วงเวลาเมโสโปเตเมีย  ซึ่งในสมัยปฐมภูมินั้นคนที่ทางจักใช้น้ำหอมได้คือฟาร์โร พร้อมทั้งเหล่าหลวงพ่อที่จะนำน้ำหอมไปเปลืองในการทำพิธีบูชาอย่างเดียว ซึ่งจะใช้การเผาให้ชาตกลิ่นอาย อาทิเช่น การเผายางไม้ สีปาก หรือเปลือกไม้ต่าง ๆ และคำว่า "Perfume" คำนี้ก็มีรากศัพท์มาจากภาษามนุษย์ละติน ที่แปลว่า "ควัน" จึงเป็นเรื่องเดิมของน้ำหอม นักบวชจะใช้ประโยชน์ในธรรมเนียมปฏิบัติการสังเวยบูชาต่าง ๆ ที่เป็นระเบียบแบบแผนของของท้องถิ่น และนอกเหนือจากการใช้ในพิธี ก็ยังมีการใช้พรหมทาที่กาย เรือน ตูก หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยง และราชินีแห่งอิยิปต์ที่มีพระนามว่า Hatshepsut   ทรงมีความนิยมชื่นชอบน้ำหอมมาก จึงชุบชีวิตให้มีการแสวงพืชพันธุ์ บุษบาที่มีกลิ่นหอม สำหรับนำมาสร้างหมายถึงน้ำหอมกลิ่นอายต่าง ๆ สืบมาเมื่อพระนาง Hatshepsut ตาย ชาวอียิปต์ก็ได้จัดทำสวนดอกไม้กับสร้างแผ่นหินจารึกตำราต่างๆ ไว้เพื่อที่จะเป็นการสดุดีอีกด้วย พร้อมกับพระนางคลีโอพัตราก็ยังแยกออกทาน้ำหอมที่ใบเรือพร้อมทั้งตัวเรือทั้งปวงก่อนที่จะเคลื่อนไปรับข้าราชการการเมืองชาวโรมัน ทำเอาเหล่าชาวโรมันที่รอการมาของพระนาง ศักยได้กลิ่นน้ำหอมละเรือที่ทรงนั่งมาเก่าที่จะเห็นตัวเรือสำเภาของพระนางด้วยซ้ำ   
น้ำหอมผู้หญิงกาลสมัยกึ่งกลาง   

ในกาลเวลานี้กรรมวิธีในการกรองจะต่างจากสมัยเดิม เพราะว่าชาวอาหรับหาได้กระทำการสร้างเคล็ดการสกัดนํ้าหอมได้สิ้นสุด และมีการชดใช้แอลกอฮอร์มาเป็นตัวทำละลาย พร้อมทั้งน้ำหอมกลิ่นแรกเริ่มที่ได้กระทำการสกัดกั้นคือกลิ่นอายกุหลาบ และหลังจากนั้น นำ้หอมก็ได้ทัศนาจรเข้าสู่ศตพรรษที่ 14 โดยการเข้าสู่ทวีปยุโรธ ด้วยกันคนชาติดั้งเดิมทำเนียบได้นำน้ำหอมเข้ามายุโรปหมายความว่าชาวฮังกาเรี่ยน ติดสอยห้อยตามคำบัญชาของพระราชินี Elizabeth แห่งฮังการี่ จึงเรียกน้ำหอมกลิ่นนี้ว่า น้ำฮังการรี่ ซึ่งเป็นต้นเค้าของน้ำหอมในยุคต่อ ๆ มา


          น้ำหอมสมัยเอี่ยม (ปัจจุบัน)   
 น้ำหอมได้ไปสู่ขั้นตอนผลิตแบบอุตสาหกรรมแบบเคร่งครัดเมื่อศตวรรษที่ 19 และได้นำไปสู่วงการแฟชันอย่างเต็มตัว เมื่อชันษา คศ. 1920  เพราะว่ามีชาวรัสเซียที่นามาว่า Ernest Beaux ซึ่งหมายถึงนักทำน้ำหอมจากมาที่ปารีส พร้อมด้วยได้มุ่งเสนอน้ำหอมที่ตัวเองทำเอากับ Gabrielle Bonheur Chanel ซึ่งก็กลายมาเป็นแบรนด์ Chanel  ในประจุบัน พร้อมทั้งได้รับการเห็นชอบเป็นอย่างยอดเยี่ยม และกลิ่นที่ขายดีและระบือตกขอบ ตกว่า Chanel NO.5 และตั้งแต่นั้นมา อุตสาหกรรมด้านน้ำหอมก็ได้วิวรรธน์ขึ้นอย่างทันที และมีใช้แพร่ขยาย ในคนทุกลำดับชั้น ชั้นจนมาถึงสมัยนี้

ขอบคุณบทความจาก : http://www.smfjusthost.com/main/index.php?topic=440730.new#new

Tags : นำ้หอมผู้หญิง